รายละเอียดการรับสมัครเข้าศึกษาในโครงการความร่วมมือชายแดนใต้ (ศอ.บต.)






1.      เหตุผลและความเป็นมา

              สืบเนื่องจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ทำให้ได้รับความบาดเจ็บและพิการเป็นจำนวนมาก อีกทั้งมีโรคหรือภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพตามมาอย่างมากมาย
ทำให้ผู้ป่วยต้องทนทุกข์ทรมาน และไม่สามารถช่วยเหลือตนเองในการประกอบกิจกรรมการดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งต้องตกเป็นภาระแก่ผู้ดูแล กระทบต่อโครงสร้างสังคม ตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับประเทศ และส่งผลต่อปัญหาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตตามมาในที่สุด กลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้ต้องการการตรวจประเมิน ติดตาม ประเมินสุขภาวะ ตลอดจนการบำบัดฟื้นฟูอย่างเร่งด่วนจากนักวิชาชีพที่มีความชำนาญเฉพาะทาง คือ นักกิจกรรมบำบัด นักรังสีเทคนิค และนักเวชศาสตร์การสื่อความหมาย
เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ภาระในการดูแลของญาติและครอบครัว และให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้ตามศักยภาพ แต่สืบเนื่องจากปัญหาความไม่ปลอดภัยและความรุนแรงที่มีมาโดยตลอดส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้น้อยลงและผู้ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่อยู่แล้วขอย้ายออกนอกพื้นที่ทำให้สถานพยาบาลในพื้นที่ขาดแคลนบุคลากรในวิชาชีพดังกล่าว

              ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนในพื้นที่ และแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในวิชาชีพ ซึ่งถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนในการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่ ได้มีโอกาสเข้าศึกษาในสาขาวิชาที่ขาดแคลนเพื่อนำวิชาความรู้ที่ได้รับมาปฏิบัติงานในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นภูมิลำเนา อีกทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสในฐานะของการเป็นพี่เลี้ยงแก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในการให้ความรู้แก่ญาติ เจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวได้อย่างถูกต้องเหมาะสม คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ตระหนักถึงภาระความรับผิดชอบด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนดังกล่าว จึงเห็นสมควรให้มีการเปิดรับนักเรียนที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือเทียบเท่า หรือสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือเทียบเท่า ที่มีภูมิลำเนา (มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา) คัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี 3 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชากิจกรรมบำบัด สาขาวิชารังสีเทคนิค และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สื่อความหมายและความผิดปกติของการสื่อความหมาย

 

2.      วัตถุประสงค์

2.1       เพื่อเป็นการประสานความร่วมมือระหว่าง คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ       ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

2.2       เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

2.3       เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในวิชาชีพกิจกรรมบำบัด รังสีเทคนิค และนักเวชศาสตร์การสื่อความหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

3.      ระยะเวลาดำเนินการ   ปีการศึกษา 2570

 

4.      หน่วยงานที่รับผิดชอบ 

4.1     คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

4.2     ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

 

5.      จำนวนรับ

5.1       รหัสโครงการ 00411102107010 สาขาวิชากิจกรรมบำบัด                                              3  คน

5.2       รหัสโครงการ 00411103107010 สาขาวิชารังสีเทคนิค                                                  2  คน

5.3       รหัสโครงการ 00411105107010 สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สื่อความหมายและ

ความผิดปกติของการสื่อความหมาย                                                                        1  คน

 

6.      คุณสมบัติของผู้สมัคร

6.1       สาขาวิชากิจกรรมบำบัด

6.1.1     เป็นผู้ที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
หรือเทียบเท่า มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 (5 ภาคการศึกษา)
ไม่น้อยกว่า 3.50 กลุ่มแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เท่านั้น จากสถานศึกษา
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา) ตลอด 5
ภาคการศึกษา โดย

1)  มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมวิชาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 (5 ภาคการศึกษา) วิชาภาษาอังกฤษ ไม่น้อยกว่า 3.50

2)  มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมวิชาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 (5 ภาคการศึกษา) วิชาคณิตศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 3.50

3)  มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมวิชาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 (5 ภาคการศึกษา) วิชาชีววิทยา ไม่น้อยกว่า 3.50

หรือ   6.1.2    เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือเทียบเท่า มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 (6 ภาคการศึกษา)
ไม่น้อยกว่า 3.50 กลุ่มแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เท่านั้น จากสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา) ตลอด 6
ภาคการศึกษา และสำเร็จการศึกษามาแล้วไม่เกิน 3 ปีก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับอุดมศึกษา

6.1.3       เป็นเยาวชนที่มีภูมิลำเนา (มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา) ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี

6.1.4       บิดา มารดา หรือผู้อุปการะของเยาวชนมีภูมิลำเนา (มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา)

6.1.5       เป็นผู้ที่มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่บกพร่องในศีลธรรมอันดี

6.1.6       ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาของศาล เว้นแต่กรณีที่โทษนั้นเกิดจากความผิดอันกระทำโดยประมาท หรือความผิดอันเป็นความผิดลหุโทษ

6.1.7       มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่เป็นโรคหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการเตรียมเข้าทำงาน

6.1.8       ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติด

6.1.9     หากเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
(เป็นบุตรหรือผู้ที่อยู่ในอุปการะของผู้ที่ได้รับผลกระทบ) จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ แต่ต้องผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนด

 

6.2       สาขาวิชารังสีเทคนิค

6.2.1     เป็นผู้ที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
หรือเทียบเท่า มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 (5 ภาคการศึกษา)
ไม่น้อยกว่า 3.50 กลุ่มแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เท่านั้น จากสถานศึกษา
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา) ตลอด 5
ภาคการศึกษา โดย

1)  มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมวิชาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 (5 ภาคการศึกษา) วิชาฟิสิกส์ ไม่น้อยกว่า 3.50

2)  มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมวิชาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 (5 ภาคการศึกษา) วิชาเคมี ไม่น้อยกว่า 3.50

3)  มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมวิชาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 (5 ภาคการศึกษา) วิชาชีววิทยา ไม่น้อยกว่า 3.50

4)  มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมวิชาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 (5 ภาคการศึกษา) วิชาภาษาอังกฤษ ไม่น้อยกว่า 3.50

หรือ   6.2.2    เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือเทียบเท่า มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 (6 ภาคการศึกษา)
ไม่น้อยกว่า 3.50 กลุ่มแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เท่านั้น จากสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา) ตลอด 6
ภาคการศึกษา และสำเร็จการศึกษามาแล้วไม่เกิน 3 ปีก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับอุดมศึกษา

6.2.3       เป็นเยาวชนที่มีภูมิลำเนา (มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา) ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี

6.2.4       บิดา มารดา หรือผู้อุปการะของเยาวชนมีภูมิลำเนา (มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา)

6.2.5    เป็นผู้ที่มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่บกพร่องในศีลธรรมอันดี

6.2.6    ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาของศาล เว้นแต่กรณีที่โทษนั้นเกิดจากความผิดอันกระทำโดยประมาท หรือความผิดอันเป็นความผิดลหุโทษ

6.2.7    มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่เป็นโรคหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการเตรียมเข้าทำงาน

6.2.8    ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติด

6.2.9    หากเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
(เป็นบุตรหรือผู้ที่อยู่ในอุปการะของผู้ที่ได้รับผลกระทบ) จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ แต่ต้องผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนด

 

6.3       สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สื่อความหมายและความผิดปกติของการสื่อความหมาย

6.3.1     เป็นผู้ที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
หรือเทียบเท่า มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 (5 ภาคการศึกษา)
ไม่น้อยกว่า 3.50 กลุ่มแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เท่านั้น จากสถานศึกษา
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา) ตลอด 5
ภาคการศึกษา โดย

1)  มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมวิชาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 (5 ภาคการศึกษา) วิชาภาษาอังกฤษ ไม่น้อยกว่า 3.50

2)  มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมวิชาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 (5 ภาคการศึกษา) วิชาคณิตศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 3.50

3)  มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมวิชาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 (5 ภาคการศึกษา) วิชาชีววิทยา ไม่น้อยกว่า 3.50

หรือ   6.3.2    เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือเทียบเท่า มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 (6 ภาคการศึกษา)
ไม่น้อยกว่า 3.50 กลุ่มแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เท่านั้น จากสถานศึกษา ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา) ตลอด 6
ภาคการศึกษา และสำเร็จการศึกษามาแล้วไม่เกิน 3 ปีก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับอุดมศึกษา

6.3.3    เป็นเยาวชนที่มีภูมิลำเนา (มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา) ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี

6.3.4    บิดา มารดา หรือผู้อุปการะของเยาวชนมีภูมิลำเนา (มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา)

6.3.5    เป็นผู้ที่มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่บกพร่องในศีลธรรมอันดี

6.3.6    ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาของศาล เว้นแต่กรณีที่โทษนั้นเกิดจากความผิดอันกระทำโดยประมาท หรือความผิดอันเป็นความผิดลหุโทษ

6.3.7    มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่เป็นโรคหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการเตรียมเข้าทำงาน

6.3.8    ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติด

6.3.9    หากเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
(เป็นบุตรหรือผู้ที่อยู่ในอุปการะของผู้ที่ได้รับผลกระทบ) จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ แต่ต้องผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนด


7.      คุณสมบัติเฉพาะ

7.1       สาขาวิชากิจกรรมบำบัด

7.1.1       เป็นผู้มีสุขภาพจิตที่สมบูรณ์

7.1.2     มีสภาวะของร่างกายปกติ ไม่เป็นผู้ที่มีความพิการ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและงานในวิชาชีพดังต่อไปนี้

1)   มีความพิการของนิ้วมือ แขน ขา จนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและงานในวิชาชีพ

2)   เป็นใบ้หรือหูหนวกทั้งสองข้าง

3)   มีปัญหาในการพูด ไม่สามารถสื่อสารได้ เช่น พูดติดอ่าง พูดลิ้นคับปาก

4)  ตาบอดทั้งสองข้างหรือมีภาวะตาบอดสีขั้นรุนแรงตามหลักการวินิจฉัยของราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย จนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและงานในวิชาชีพ

เกณฑ์การตรวจตาบอดสี

1)   จะต้องสามารถอ่าน ISHIHARA PLATE ได้อย่างน้อย 12 PLATES ทั้งสองข้าง โดยให้นักเรียนคัดกรองตนเองเบื้องต้น ได้ที่ https://onlinecolorblindtest.com

2)   หากอ่านได้ไม่ถึง 12 PLATES ให้ไปพบจักษุแพทย์และตรวจ FARNSWORTH D15 hue test เพิ่มเติม โดยหากนักเรียนไม่มีภาวะตาบอดสีขั้นรุนแรงตามหลักการวินิจฉัยของราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย สาขาวิชาก็สามารถรับนักเรียนเข้าศึกษาได้

7.1.3     การตรวจสุขภาพสำหรับนักศึกษาใหม่ เมื่อเข้ามาศึกษาใน สาขาวิชากิจกรรมบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ณ ศูนย์สุขภาพพร้อม คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้แก่

1)   การตรวจทางรังสีของทรวงอก (CXR)

2)   การตรวจการติดเชื้อและตรวจภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบชนิดบี (HBsAg & Anti-HBs)

3)   การทดสอบทางจิตวิทยา

4)  การตรวจตาบอดสี โดยจะต้องผ่านการตรวจตาบอดสีตามการวินิจฉัยของราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย โดยหากตรวจพบภาวะตาบอดสีรุนแรงภายหลัง นักศึกษาจะโดนตัดสิทธิ์การศึกษา

 

     7.2    สาขาวิชารังสีเทคนิค

7.2.1    เป็นผู้มีสุขภาพจิตที่สมบูรณ์

7.2.2    มีสภาวะของร่างกายปกติ ไม่เป็นผู้ที่มีความพิการ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและงานในวิชาชีพดังต่อไปนี้

1)   มีความพิการของนิ้วมือ แขน ขา จนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและงานในวิชาชีพ

2)   เป็นใบ้หรือหูหนวกทั้งสองข้าง

3)   มีปัญหาในการพูด ไม่สามารถสื่อสารได้ เช่น พูดติดอ่าง พูดลิ้นคับปาก

4)   ตาบอดข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง

7.2.3    การตรวจสุขภาพสำหรับนักศึกษาใหม่ เมื่อเข้ามาศึกษาใน สาขาวิชารังสีเทคนิค คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ณ ศูนย์สุขภาพพร้อม คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้แก่

1)   การตรวจทางรังสีของทรวงอก (CXR)

2)   การตรวจการติดเชื้อและตรวจภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบชนิดบี (HBsAg & Anti-HBs)

3)   การทดสอบทางจิตวิทยา

 

     7.3    สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สื่อความหมายและความผิดปกติของการสื่อความหมาย

7.3.1    เป็นผู้มีสุขภาพจิตที่สมบูรณ์

7.3.2    มีสภาวะของร่างกายปกติ ไม่เป็นผู้ที่มีความพิการ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและงานในวิชาชีพดังต่อไปนี้

1)   มีความพิการของนิ้วมือ แขน ขา จนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและงานในวิชาชีพ

2)   เป็นใบ้หรือหูหนวกทั้งสองข้าง

3)   ต้องมีการได้ยินปกติ (normal hearing) ที่ระดับน้อยกว่าหรือเท่ากับ 25 เดซิเบล

4)   มีปัญหาในการพูด ไม่สามารถสื่อสารได้ เช่น พูดติดอ่าง พูดลิ้นคับปาก

5)  ตาบอดทั้งสองข้างหรือมีภาวะตาบอดสีขั้นรุนแรงตามหลักการวินิจฉัยของราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย จนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและงานในวิชาชีพ

                     เกณฑ์การตรวจตาบอดสี

1)  จะต้องสามารถอ่าน ISHIHARA PLATE ได้อย่างน้อย 12 PLATES ทั้งสองข้าง โดยให้นักเรียนคัดกรองตนเองเบื้องต้น ได้ที่ https://onlinecolorblindtest.com

2)   หากอ่านได้ไม่ถึง 12 PLATES ให้ไปพบจักษุแพทย์และตรวจ FARNSWORTH D15 hue test เพิ่มเติม โดยหากนักเรียนไม่มีภาวะตาบอดสีขั้นรุนแรงตามหลักการวินิจฉัยของราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย สาขาวิชาก็สามารถรับนักเรียนเข้าศึกษาได้

7.3.3    การตรวจสุขภาพสำหรับนักศึกษาใหม่ เมื่อเข้ามาศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์สื่อความหมายและความผิดปกติของการสื่อความหมาย คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ณ ศูนย์สุขภาพพร้อม คณะเทคนิคการแพทย์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ได้แก่

1)   การตรวจทางรังสีของทรวงอก (CXR)

2)   การตรวจการติดเชื้อและตรวจภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบชนิดบี (HBsAg & Anti-HBs)

3)   การทดสอบทางจิตวิทยา

4)  การตรวจตาบอดสี โดยจะต้องผ่านการตรวจตาบอดสีตามการวินิจฉัยของราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย โดยหากตรวจพบภาวะตาบอดสีรุนแรงภายหลัง นักศึกษาจะโดนตัดสิทธิ์การศึกษา

 

8.      แฟ้มสะสมผลงาน

8.1       แฟ้มสะสมผลงานผู้สมัครสาขาวิชากิจกรรมบำบัด

แฟ้มสะสมผลงาน (portfolio) จำนวนไม่เกิน 10 หน้า จัดทำผลงานผ่าน TCASFolio หรือจัดทำผลงานด้วยตนเอง โดยเขียนด้วยลายมือ หรือพิมพ์ด้วยแบบอักษร TH Sarabun New ขนาดตัวอักษร 16 ประกอบด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้

8.1.1    หมวดที่ 1 : ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลส่วนตัว/คะแนนสอบ

-   ข้อมูลส่วนตัว และประวัติการศึกษา

8.1.2    หมวดที่ 2 : เรียงความ/คำนำ/Statement of purpose

-   เรียงความหัวข้อ เพราะเหตุใดฉันจึงเลือกเรียนสาขากิจกรรมบำบัดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และฉันคาดหวังว่าจะนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปสร้างคุณค่าแก่บุคคล ชุมชน สังคมไทยอย่างไร ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4 (กรณีจัดทำเองใช้แบบอักษร
 
TH Sarabun New ขนาด 16 จุด ระยะห่างระหว่างบรรทัด 1.5 และกำหนดระยะขอบกระดาษ (Margins) ด้านละ 1 นิ้ว)

8.1.3    หมวดที่ 3 : หนังสือรับรอง (Recommendation letter)

-   หนังสือรับรองโดยครูประจำชั้นเพื่อแสดงความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนักเรียน

8.1.4    หมวดที่ 4 : กิจกรรม/รางวัล

-   กิจกรรม/รางวัลของนักเรียนระบุกิจกรรม 4 ด้าน ดังนี้

1)  ด้าน Academic Excellence : รางวัลด้านวิชาการระดับจังหวัดขึ้นไป

2)  ด้าน Self Development: กิจกรรมประสบการณ์ในการดูงานวิชาชีพกิจกรรมบำบัด หรือ เรียนหลักสูตรระยะสั้นที่เกี่ยวกับกิจกรรมบำบัด

3)  ด้าน Talent & Creativity: ความสามารถพิเศษ เช่น ความสามารถด้านดนตรี กีฬา งานศิลปะ การออกแบบสื่อสร้างสรรค์ต่าง ๆ

4)  ด้าน Contribution to Society: กิจกรรมจิตอาสา หรือบำเพ็ญประโยชน์ ระดับจังหวัดขึ้นไป

 

8.2       แฟ้มสะสมผลงานผู้สมัครสาขาวิชารังสีเทคนิค

แฟ้มสะสมผลงาน (portfolio) จำนวนไม่เกิน 10 หน้า จัดทำผลงานผ่าน TCASFolio หรือจัดทำผลงานด้วยตนเอง โดยเขียนด้วยลายมือ หรือพิมพ์ด้วยแบบอักษร TH Sarabun New ขนาดตัวอักษร 16 ประกอบด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้

8.2.1    หมวดที่ 1 : ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลส่วนตัว/คะแนนสอบ

-   ข้อมูลส่วนตัว และประวัติการศึกษา

8.2.2    หมวดที่ 2 : เรียงความ/คำนำ/Statement of purpose

-   เรียงความแสดงเจตคติของผู้สมัครต่อวิชาชีพรังสีเทคนิค และความสามารถพิเศษ
ของผู้สมัครที่ส่งเสริมศักยภาพในการเรียนและการทำงานในสาขารังสีเทคนิค

8.2.3    หมวดที่ 3 : หนังสือรับรอง (Recommendation letter)

-   หนังสือรับรองโดยครูประจำชั้นเพื่อแสดงความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนักเรียน

8.2.4    หมวดที่ 4 : กิจกรรม/รางวัล

-   กิจกรรม/รางวัลของนักเรียนระบุกิจกรรม 4 ด้าน ดังนี้

1)  ด้าน Academic excellence (วิชาการและทักษะเฉพาะทางรังสีการแพทย์)
ไม่เกิน
4 กิจกรรม

2)  ด้าน Self-development (การพัฒนาตนเอง)
ไม่เกิน
2 กิจกรรม

3)  ด้าน Talent & creativity (ความสามารถพิเศษ และศิลปวัฒนธรรม)
ไม่เกิน
2 กิจกรรม

4)  ด้าน Contribution to society (จิตอาสาและภาวะผู้นำ)
ไม่เกิน
2 กิจกรรม

 

8.3       แฟ้มสะสมผลงานผู้สมัครสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สื่อความหมายและความผิดปกติของการสื่อความหมาย

แฟ้มสะสมผลงาน (portfolio) จำนวนไม่เกิน 10 หน้า จัดทำผลงานผ่าน TCASFolio หรือจัดทำผลงานด้วยตนเอง โดยเขียนด้วยลายมือ หรือพิมพ์ด้วยแบบอักษร TH Sarabun New ขนาดตัวอักษร 16 ประกอบด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้

8.3.1       หมวดที่ 1 : ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลส่วนตัว/คะแนนสอบ

-       ข้อมูลส่วนตัว ประวัติการศึกษา และผลคะแนนสอบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษหรือการสอบมาตรฐานอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น TOEIC, IELTS, TOEFL, CMU TEGS หรือผลการทดสอบอื่นที่เกี่ยวข้อง

8.3.2       หมวดที่ 2 : เรียงความ/คำนำ/Statement of purpose

-     เรียงความในหัวข้อ เหตุใดท่านจึงเลือกศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์สื่อความหมายและความผิดปกติของการสื่อความหมาย และหากท่านได้ประกอบวิชาชีพนี้ท่านจะใช้ความรู้ความสามารถ และคุณลักษณะของตนเองเพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ป่วย ครอบครัว และสังคมได้อย่างไร

8.3.3       หมวดที่ 3 : หนังสือรับรอง (Recommendation letter)

-       หนังสือรับรองโดยครูประจำชั้นเพื่อแสดงความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนักเรียน

8.3.4       หมวดที่ 4 : กิจกรรม/รางวัล

-       กิจกรรม/รางวัลของนักเรียนระบุกิจกรรม 4 ด้าน ดังนี้

1)   ด้าน Academic excellence (วิชาการและทักษะเฉพาะ): ผลงาน กิจกรรม หรือรางวัลที่สะท้อนความเป็นเลิศทางวิชาการ ความสนใจด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ รวมถึงการเข้าร่วมการแข่งขัน การประกวด โครงงานวิจัย หรือการนำเสนอผลงานในระดับชาติหรือนานาชาติ ไม่เกิน 4 กิจกรรม

2)  ด้าน Self-development (การพัฒนาตนเอง): ประสบการณ์ที่แสดงถึง
การแสวงหาความรู้และการพัฒนาศักยภาพของตนเองนอกห้องเรียน เช่น
การเข้าร่วมอบรม สัมมนา ค่ายวิชาการ การศึกษาดูงาน การเรียนหลักสูตรระยะสั้น หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์สื่อความหมาย ไม่เกิน
4 กิจกรรม

3)   ด้าน Talent & Creativity (ความสามารถพิเศษและศิลปวัฒนธรรม): ผลงานหรือกิจกรรมที่สะท้อนความสามารถพิเศษ ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพ
ในการสื่อสารกับ
ผู้อื่น เช่น ด้านดนตรี ศิลปะ การแสดง การโต้วาที การพูด
ในที่สาธารณะ
การใช้ภาษา หรือการออกแบบสื่อสร้างสรรค์ นวัตกรรม ไม่เกิน
4 กิจกรรม

4)  ด้าน Contribution to society (จิตอาสาและภาวะผู้นำ): กิจกรรมที่แสดงถึงจิตสาธารณะ ความรับผิดชอบต่อสังคม ภาวะผู้นำ และการทำงานเป็นทีม โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมสุขภาพ การช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็ก หรือผู้ที่มีความบกพร่องด้านการสื่อความหมาย การจัดกิจกรรมเพื่อชุมชน การเป็นแกนนำหรือผู้ริเริ่มโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ไม่เกิน 4 กิจกรรม

  

9.      แนวทางการดำเนินการและกิจกรรมความร่วมมือ

9.1       แนวทางการดำเนินการ

9.1.1      ลงทะเบียนยืนยันตัวตน

ให้ผู้สมัครดำเนินการลงทะเบียนใช้งานในระบบ TCAS ของ ทปอ. เพื่อยืนยันตัวตน
ทางเว็บไซต์
https://student.mytcas.com ของ ทปอ. ก่อนเข้าระบบรับสมัครของสำนักทะเบียนและประมวลผล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

9.1.2      สร้างบัญชีผู้ใช้งาน

เมื่อลงทะเบียนยืนยันตัวตนในระบบ TCAS ของ ทปอ.แล้ว ให้ผู้สมัครสร้างบัญชีผู้ใช้งาน ผ่านระบบรับสมัครของสำนักทะเบียนและประมวลผล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทางเว็บไซต์ https://admission.reg.cmu.ac.th  (สร้างเพียง 1 บัญชี เท่านั้น) โดยใช้ Username เดียวกันกับที่ลงทะเบียนยืนยันตัวตนในระบบ TCAS ของ ทปอ. ก่อนดำเนินการสมัครผ่าน ศูนย์ ศอ.บต. เพื่อรับรหัสสำหรับนำไปใช้สมัคร

        ในขั้นตอนนี้ ให้ผู้สมัครตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลก่อนการกดบันทึกทั้งนี้ รหัสผ่านสำหรับการล็อกอินเข้าสู่ระบบเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ผู้สมัครควรเก็บให้ปลอดภัย เพื่อให้การเข้าสู่ระบบรับสมัครฯ ทุกครั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

        อนึ่ง หากพบว่ามีการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือมีคุณสมบัติที่ไม่สอดคล้องกับ ประกาศการรับสมัครฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะตัดสิทธิ์ในการสมัครและเข้าศึกษาทันที โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ ทั้งนี้ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่าสมัครและค่าธรรมเนียมการศึกษา ในทุกกรณี



9.1.3      การสมัคร

ให้ผู้สมัครบันทึกข้อมูลการสมัครผ่านเว็บไซต์ scholarship.sbpac.go.th ในวันที่ 28 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2569 พร้อมทั้งส่งเอกสารประกอบการสมัครในรูปแบบไฟล์ PDF ดังต่อไปนี้

1.       รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 3 x 4 ซม. จำนวน 1 รูป ซึ่งถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน

2.       สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

3.       สำเนาทะเบียนบ้าน

4.       สำเนาใบแสดงผลการศึกษา (Transcript)

5.     สำเนาเอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (เฉพาะกรณีที่ชื่อ-สกุลผู้สมัครไม่ตรงกับใบแสดงผลการศึกษา)

6.     แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) จำนวนไม่เกิน 10 หน้า จัดทำผลงานผ่าน TCASFolio หรือ จัดทำผลงานด้วยตนเอง เขียนด้วยลายมือ หรือพิมพ์ด้วยแบบอักษร TH Sarabun New ขนาดตัวอักษร 16 ประกอบด้วยรายละเอียดตามสาขาวิชากำหนด

7.       เอกสารคำรับรองและความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา 
ผู้สมัครต้องจัดส่งแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) เพิ่มเติมอีกหนึ่งช่องทางผ่านลิงก์ https://cmu.to/TCAS70-sbpac

 

9.1.4    กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน กลุ่มงานส่งเสริมการศึกษาและเสริมสร้างโอกาสทางสังคม รวบรวมรายชื่อและหลักฐานส่งให้คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

9.1.5      คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พิจารณาคัดเลือกรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกจากแฟ้มสะสมผลงานและเกณฑ์ที่กำหนด

9.1.6    ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ วันที่ 11 ธันวาคม 2569 ณ ศูนย์อำนวยการ บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

9.1.7      สอบสัมภาษณ์ วันที่ 19 ธันวาคม 2569 ณ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เลขที่ 60 ถนนสุขยางค์ ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000  

9.1.8    ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 8 มกราคม 2570 ณ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้และคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกรอบที่ 1 ครั้งที่ 1 (แบบ 1.1) เป็นรายบุคคลทางเว็บไซต์ https://admission.reg.cmu.ac.th ขอให้ผู้มีรายชื่อผ่านการคัดเลือกยืนยันสิทธิ์ เข้าศึกษาในระบบรับสมัครของสำนักทะเบียนและประมวลผล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 8 – 12 มกราคม 2570 ทางเว็บไซต์ https://admission.reg.cmu.ac.th หากไม่ดำเนินการใด ๆ ในระบบฯ จะถือว่าสละสิทธิ์เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะตัดสิทธิ์การเข้าศึกษาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ

หมายเหตุ: ผู้ที่ดำเนินการยืนยันสิทธิ์ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดแล้วจะต้องดำเนินการบริหารจัดการสิทธิ์ในระบบของ ทปอ. ตามที่กำหนดการของ ทปอ. กำหนดอีกครั้ง
(โปรดดำเนินการต่อในข้อ 9
.1.9)

9.1.9      ยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในระบบ TCAS ของ ทปอ. ทางเว็บไซต์ https://student.mytcas.com  วันที่ 10 – 11 มีนาคม 2570 หากไม่ดำเนินการใด ๆ จะถือว่าผู้นั้นไม่ยืนยันการเข้าศึกษาจากการคัดเลือก TCAS รอบที่ 1 (โปรดศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการยืนยันสิทธิ์โดยละเอียดบนแหล่งข้อมูลเว็บไซต์ https://www.mytcas.com ของ ทปอ.)

9.1.10   สละสิทธิ์หลังจากยืนยันสิทธิ์ไปแล้ว วันที่ 12 มีนาคม 2570 ทางเว็บไซต์ https://student.mytcas.com

9.1.11  ประกาศรายชื่อผู้ยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษา TCAS รอบที่ 1 ในระบบเป็นรายบุคคล วันที่ 14 มีนาคม 2570 ทางเว็บไซต์ https://admission.reg.cmu.ac.th

9.1.12  สอบสุขภาพจิตและตรวจร่างกาย โดยคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะจัดตรวจสุขภาพสำหรับนักศึกษาใหม่ เมื่อเข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ณ ศูนย์สุขภาพพร้อม คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รายการตรวจสุขภาพตามแต่ละสาขาวิชากำหนด


9.2       กิจกรรมความร่วมมือ

9.2.1      คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

1)      กำหนดเกณฑ์คุณสมบัติเฉพาะเพื่อรับนักศึกษาเข้าโครงการความร่วมมือ

2)      ดำเนินการคัดเลือกนักเรียนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์และดำเนินการสอบสัมภาษณ์

9.2.2      ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

ประกาศรับสมัครนักเรียนที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือเทียบเท่า หรือสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือเทียบเท่า ที่มีภูมิลำเนา (มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา)

 

10.   ผลที่คาดว่าจะได้รับ

10.1     คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีการประสานความร่วมมืออันดีกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

10.2     เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับโอกาสทางการศึกษามากขึ้น

10.3   มีบุคลากรในวิชาชีพกิจกรรมบำบัด รังสีเทคนิค และวิทยาศาสตร์สื่อความหมายและความผิดปกติของการสื่อความหมาย ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

10.4     ผู้ป่วยผู้พิการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการดูแล บำบัดและฟื้นฟูที่เหมาะสมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

11.   เงื่อนไขสำหรับผู้ที่ได้รับการคัดเลือก

****************************

 

 

นักศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าเรียนในสาขาวิชากิจกรรมบำบัด รังสีเทคนิคและ วิทยาศาสตร์สื่อความหมายและความผิดปกติของการสื่อความหมาย ไม่สามารถโอนย้ายไปเรียนคณะอื่น หรือสาขาวิชาอื่นได้